บัตรเครดิต KBank THE PASSION ข้อดีและข้อเสีย

บัตรเครดิต KBank THE PASSION เป็นบัตรในระดับ Visa Signature ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป อายุของผู้สมัครต้องอยู่ระหว่าง 20-80 ปี และต้องไม่มีประวัติค้างชำระกับสถาบันการเงินใดๆ หากมีบัญชีออมทรัพย์หรือเงินฝากประจำ อาจต้องมีเงินอย่างน้อย 1 ล้านบาทค้างไว้ในบัญชีนาน 6 เดือนเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ การสมัครทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง K PLUS ซึ่งบางครั้งรู้ผลภายใน 1 วัน หรือผ่านสาขาที่อาจใช้เวลา 15 วัน ค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ที่ 4,000 บาท โดยยกเว้นในปีแรก และปีต่อไปจะยกเว้นได้หากใช้บัตรครบ 12 ครั้งหรือมียอดใช้จ่ายรวม 200,000 บาท โดยไม่กำหนดยอดขั้นต่ำต่อครั้ง ดอกเบี้ยอยู่ที่ 16% ต่อปี คำนวณจากวันที่บันทึกรายการ บัตรนี้ยังเหมาะกับคนที่ต้องการบัตรระดับสูงแต่ไม่ถึงเกณฑ์ของบัตร The Wisdom ซึ่งต้องมีสินทรัพย์ 10 ล้านบาท หรือ The Premier ที่ต้องมีเงินฝาก 2 ล้านบาท ทำให้ The Passion เป็นตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่างบัตร Platinum (รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน) และบัตรระดับสูง

  • บัตรเครดิต KBank THE PASSION เป็นบัตร Visa Signature สำหรับผู้ที่มีรายได้อย่างน้อย 70,000 บาทต่อเดือน
  • คะแนนสะสม: ใช้จ่ายในประเทศ 25 บาท = 2 คะแนน, ต่างประเทศ 25 บาท = 3 คะแนน
  • ค่าธรรมเนียมประจำปี 4,000 บาท, ยกเว้นปีแรกอัตโนมัติ และปีต่อไปหากใช้ 12 ครั้งหรือใช้จ่าย 200,000 บาทต่อปี
  • สิทธิพิเศษรวมถึง lounge สนามบิน, ประกันการเดินทาง, และแลกคะแนนเป็นของรางวัล

Content Cover

การสะสมคะแนนและการแลกของรางวัล

จุดเด่นของบัตรนี้คือระบบคะแนนที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี การใช้จ่ายในประเทศทุก 25 บาทจะได้ 2 คะแนน คิดเป็น 1 คะแนนต่อ 12.5 บาท ส่วนการใช้จ่ายต่างประเทศได้ 3 คะแนนต่อ 25 บาท หรือประมาณ 1 คะแนนต่อ 8.33 บาท เหมาะสำหรับคนที่เดินทางบ่อย คะแนนเหล่านี้สามารถนำไปแลกของรางวัลได้หลายแบบ เช่น ใช้ 1 คะแนนรับคูปอง Starbucks มูลค่า 150 บาท หรือ 1,000 คะแนนแลกตั๋วหนัง Major/SF บัตร Starbucks หรือบริการนวดที่ Health Land นอกจากนี้ยังใช้ 1,000 คะแนนแลกเงินคืน 100 บาทได้ด้วย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับการใช้จ่ายทั่วไป ตามความเห็นในโซเชียลมีเดีย บางคนตั้งฉายาให้บัตรนี้ว่า "บัตรกินหนม" เพราะส่วนใหญ่ใช้แลกของกินจากร้านดังอย่าง Starbucks หรือ Häagen-Dazs แต่ก็มีข้อจำกัดในอดีต เช่น ร้านที่เข้าร่วมมักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้คนต่างจังหวัดใช้ได้ยาก และบางโค้ดต้องใช้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังแลก ต่อมามีการปรับให้เก็บโค้ดได้ 1 สัปดาห์ แต่ใช้ได้ไม่นานก็ยกเลิกไป

  • ใช้ 1 คะแนนเพื่อรับสิทธิพิเศษรายเดือน เช่น Starbucks e-coupon มูลค่า 150 บาท
  • ใช้ 1,000 คะแนนเพื่อแลกของรางวัล เช่น ตั๋วหนัง Major/SF, บัตร Starbucks, หรือบริการนวดที่ Health Land
  • นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ 1,000 คะแนนแลกเป็นเงินคืน 100 บาท ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่น

ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย

  • ค่าธรรมเนียมประจำปีของบัตรอยู่ที่ 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขการยกเว้นดังนี้:
  • ปีแรก: ยกเว้นอัตโนมัติ
  • ปีต่อไป: ยกเว้นหากใช้บัตร 12 ครั้งต่อปี หรือใช้จ่ายรวม 200,000 บาทต่อปี โดยไม่กำหนดยอดขั้นต่ำต่อการใช้ครั้ง
  • ดอกเบี้ยของบัตรอยู่ที่ 16% ต่อปี คำนวณจากวันที่บันทึกรายการหรือทำรายการ

สิทธิพิเศษที่ได้รับ

บัตรนี้มาพร้อมสิทธิพิเศษที่เน้นการเดินทางและไลฟ์สไตล์ เช่น เข้าเลานจ์ที่สนามบินอย่าง Miracle Lounge ได้ 2 ครั้งต่อปีเมื่อบินกับการบินไทย รวมถึงประกันการเดินทางหากจ่ายผ่านบัตร มีโปรโมชั่นต้อนรับสำหรับลูกค้าใหม่ด้วย เช่น ใช้จ่าย 30,000 บาทใน 30 วันหลังอนุมัติเพื่อรับ 12,500 คะแนน ซึ่งแลกเป็นกระเป๋าเดินทาง Caggioni 24 นิ้วหรือคูปอง 1,500 บาทได้ นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์รับไอศกรีม Häagen-Dazs 1 สกู๊ป มูลค่า 140 บาท หรือของกินจากร้านอื่น เช่น Coffee Beans by Dao หรือ KOI The แต่ความเห็นในโซเชียลมีเดียระบุว่าเงื่อนไขการเข้าเลานจ์ค่อนข้างเยอะ เช่น ต้องเดินทางต่างประเทศและบินกับการบินไทยเท่านั้น บางคนเคยเข้าใจว่าสายการบินอื่นอย่าง AirAsia ใช้ได้ แต่ถูกแก้ไขว่ายังจำกัดอยู่ที่สุวรรณภูมิและการบินไทย ทำให้คนที่ไม่ค่อยบินกับการบินไทยรู้สึกว่าไม่คุ้ม

เทคนิคการใช้งานและประสบการณ์จริง

จากความเห็นในโซเชียลมีเดีย การใช้บัตรนี้เพื่อแลกของกินต้องอาศัยความพยายามประมาณนึง เช่น ตั้งปลุกวันที่ 5 ของเดือนเวลา 9.00 น. เพื่อกดรับสิทธิ์ในแอป เพราะโค้ดมีจำนวนจำกัดและหมดเร็ว บางคนแนะนำให้ใช้ Shortcut บน iPhone เพื่อตั้งระบบกดอัตโนมัติ แต่ยังอยู่ในขั้นทดลอง คูปองที่ได้มีอายุการใช้งานหลายวัน แต่บางครั้งกดผิดร้านที่ไม่มีในจังหวัดก็ใช้ไม่ได้ อดีตเคยมีโปร 1 คะแนนแลกของกิน แต่ตอนนี้ยกเลิกไปแล้ว ทำให้คนรู้สึกเสียดาย จำนวนสิทธิ์ก็ลดลงจาก 5,000 สิทธิ์ต่อเดือนเหลือ 2,000 สิทธิ์ ส่งผลให้ต้องแข่งกันกด บางคนถึงกับบอกว่าต้องใช้ "ดวง" และ "ความสามารถ" เพื่อให้ทัน บางครั้งระบบแอปค้างตั้งแต่ 8.59 น. ก็ยังไม่ทัน ทำให้คนต่างจังหวัดหรือคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีรู้สึกเสียเปรียบ

ข้อจำกัดและการยกเลิกโปรโมชั่น

ความเห็นในโซเชียลมีเดียระบุว่า บัตรนี้เงียบลงหลังยกเลิกโปรเด่น เช่น 1 คะแนนแลกคูปอง Starbucks 150 บาท และโปรโมชั่นลูกค้าใหม่ที่เคยมีกระเป๋าหรือคูปอง 1,500 บาทก็หายไป โค้ดพิเศษจากบัตรร่วมแอปสีส้มหรือบัตรร่วมปั๊มน้ำมัน เช่น 1 แถม 1 กาแฟ ก็ไม่มีมานานกว่าหนึ่งปี บางคนเจอปัญหาโค้ดซ้ำ ใช้ไม่ได้ หรือเงื่อนไขเปลี่ยนโดยไม่แจ้ง ทำให้ต้องทิ้งไป การจองโรงแรมหรือตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บต่างประเทศที่ตัดเงินบาท เช่น Agoda ก็ไม่ให้คะแนนแล้ว แต่เว็บไทยอย่าง Traveloka ยังได้อยู่ ผู้ใช้บางคนเรียกบัตรนี้ว่า "Passion dead" และรู้สึกว่าบัตรระดับรายได้ 70,000 บาทไม่สมราคา บางคนถึงขั้นวางแผนปิดบัตรหลังเคลียร์โค้ดที่ค้าง

การเปรียบเทียบกับบัตรอื่น

หากอยากอัพเกรดเป็น KBank The Wisdom ต้องมี AUM 10 ล้านบาท ซึ่งคนที่มีแค่ 2 แสนบาททำไม่ได้ ต้องหาเงินเพิ่มหรือซื้อประกันเบี้ยปีละ 1 ล้านบาท แต่หลายคนบอกว่า The Wisdom ไม่คุ้ม ได้แค่แซงคิวที่สาขา สลิปโอนเงินพิเศษ Priority Pass และตู้เซฟฟรี หากไม่เดินทางบ่อยก็ไม่ต่างจากบัตรอื่น บางคนแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ UOB (2 ล้านบาท) SCB Prime (AUM น้อยกว่า 10 ล้าน) AEON หรือ TTB Reserve ที่มีบริการเลขาส่วนตัวจัดทริป ความเห็นในโซเชียลมีเดียชี้ว่า KBank ลดโปรโมชั่นเพื่อควบคุม NPL ซึ่งอยู่ที่ 3.2% ต่ำกว่ากรุงศรี 21.4% และ BBL 20.9% แต่ก็ทำให้เสียลูกค้าไป บางคนถึงกับย้ายเงินฝากและลงทุนไปธนาคารอื่นที่ดอกเบี้ยสูงกว่าและไม่ตัดสิทธิประโยชน์

มุมมองจากผู้ใช้

ผู้ใช้ในโซเชียลมีเดียให้ความเห็นหลากหลาย บางคนยังเห็นข้อดีที่คะแนนคูณ 2 และไม่หมดอายุ รวมถึงการเวฟค่าธรรมเนียมที่ไม่ยาก แต่ส่วนใหญ่ผิดหวังกับการลดโปรโมชั่นและเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น บางคนบอกว่า KBank เน้นลูกค้ารายใหญ่และแก้ปัญหาหนี้เสียตามคำขอของ ธปท. ทำให้บัตรนี้ไม่เด่นเท่าธนาคารอื่น อนาคตของบัตรนี้ขึ้นอยู่กับว่าธนาคารจะปรับปรุงโปรโมชั่นหรือไม่ เพราะตอนนี้หลายคนรู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าไหร่แล้ว

ข้อดีและข้อเสียของบัตรเครดิต KBank THE PASSION:

ข้อดี

  • คะแนนสะสมสูง: การใช้จ่ายในประเทศได้ 2 คะแนนต่อ 25 บาท และต่างประเทศได้ 3 คะแนนต่อ 25 บาท ซึ่งเหมาะกับคนที่เดินทางบ่อย  
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมง่าย: ค่าธรรมเนียมรายปี 4,000 บาทยกเว้นได้ในปีแรก และปีต่อไปหากใช้ครบ 12 ครั้งหรือยอด 200,000 บาท โดยไม่กำหนดยอดขั้นต่ำต่อครั้ง  
  • สิทธิพิเศษการเดินทาง: เข้าเลานจ์สนามบินได้ 2 ครั้งต่อปีเมื่อบินกับการบินไทย และมีประกันการเดินทางเมื่อจ่ายผ่านบัตร  
  • ตัวเลือกการแลกคะแนน: ใช้คะแนนแลกได้ทั้งของกิน เช่น Starbucks 150 บาทด้วย 1 คะแนน หรือเงินคืน 100 บาทด้วย 1,000 คะแนน รวมถึงตั๋วหนังและบริการนวด  
  • เกณฑ์สมัครปานกลาง: รายได้ขั้นต่ำ 70,000 บาทต่อเดือน อยู่ระหว่างบัตร Platinum และบัตรระดับสูงอย่าง The Wisdom  
  • คะแนนไม่หมดอายุ: คะแนนที่สะสมไว้สามารถเก็บได้ตลอด ไม่มีกำหนดเวลาให้ต้องรีบใช้  
  • สมัครผ่านแอปได้เร็ว: การสมัครผ่าน K PLUS รู้ผลภายใน 1 วัน ถือว่าเร็วกว่าช่องทางสาขา

ข้อเสีย

  • โปรโมชั่นลดลง: โปรเด่นอย่าง 1 คะแนนแลก Starbucks หายไป รวมถึงโปรต้อนรับลูกค้าใหม่ เช่น กระเป๋าเดินทางหรือคูปอง 1,500 บาท  
  • เงื่อนไขเลานจ์เข้มงวด: ต้องบินต่างประเทศกับการบินไทยเท่านั้น และจำกัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้คนที่บินสายการบินอื่นใช้ไม่ได้  
  • สิทธิพิเศษจำกัดพื้นที่: ร้านที่เข้าร่วมส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คนต่างจังหวัดใช้โค้ดได้ยาก  
  • โค้ดใช้งานยุ่งยาก: บางครั้งโค้ดซ้ำ ใช้ไม่ได้ หรือเงื่อนไขเปลี่ยนโดยไม่แจ้ง ต้องตามเรื่องคืนคะแนน ซึ่งใช้เวลานานถึง 3 เดือน  
  • ไม่เหมาะกับการจองออนไลน์: การใช้จ่ายผ่านเว็บต่างประเทศที่ตัดเงินบาท เช่น Agoda ไม่ได้คะแนน แต่เว็บไทยอย่าง Traveloka ยังได้  
  • การแข่งขันสูง: โค้ดมีจำนวนจำกัด ลดจาก 5,000 เหลือ 2,000 สิทธิ์ต่อเดือน ต้องกดให้ทัน บางครั้งระบบแอปค้าง  
  • ไม่คุ้มเท่าบัตรอื่น: เมื่อเทียบกับ UOB, SCB Prime หรือ TTB Reserve บัตรนี้ให้สิทธิประโยชน์น้อยกว่าในระดับใกล้กัน  
  • อัพเกรดยาก: การเปลี่ยนไปบัตร The Wisdom ต้องมี AUM 10 ล้านบาท หรือซื้อประกันปีละ 1 ล้านบาท ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่คุ้ม

ความคิดเห็น